วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

I love Library แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน


I love Library แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. โปรแกรมที่ใช้ในการสร้าง (Developer) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

Personal Edition
สำหรับการใช้งานของบุคคลโดยทั่วไป ที่ไม่ได้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือธุรกิจ
Network Edition
สำหรับการใช้งานแบบเครือข่ายในองค์กร หน่วยงาน หรือบริษัท เหมาะสำหรับการใช้งานในลักษณะของห้องสมุด คือ มีการติดตั้งบนระบบ Intranet หรือ Internet ขององค์กรเพื่อให้มีการกระจายของสื่ออิเล็กทรอนิคส์ที่สร้างไว้ภายในหน่วยงาน หรืออาจจะนำไปใช้ในลักษระของการจัดเก็บเอกสารการประชุม คู่มือ ระเบียบ รวมไปถึงการต่อเชื่อมกับระบบ Knowledge Management
Publisher Edition
สำหรับการนำไปใช้งานของผู้ประกอบการสำนักพิมพ์หรือสำหรับนักเขียนที่ต้องการสร้างสื่อ อิเล็กทรอนิคส์ไปเพื่อจำหน่าย สื่อที่สร้างขึ้นมาระบบของ I love Library จะทำการสร้างระบบ Lock เพื่อป้องกันการ copy โดยเจ้าของหนังสือหรือสื่อที่สร้างขึ้นสามารถกำหนดสิทธิอนุญาตให้ผู้ซื้อสามารถที่จะติดตั้งหนังสือสื่อที่ซื้อไปได้ใหม่กี่ครั้ง

2. โปรแกรมที่ใช้ในการอ่าน (Viewer)

เมื่อผู้ใช้งานต้องการที่จะอ่านหรือเปิดสื่ออิเล็คทรอนิคส์ที่สร้างขึ้น สามารถเปิดอ่านได้โดยโปรแกรม Viewer ซึ่งสามารถ Download จาก www.IloveLibrary.com ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โปรแกรมจะแบ่งการเก็บตามประเภท หนังสือ แม็กกาซีน อัลบั้มภาพ และ Catalog และในแต่ละประเภทผู้ใช้งานสามารถกำหนดกลุ่มในแต่ละประเภทได้อีก

วิธีการนำหนังสือหรือสื่ออิเล็กทรอนิคส์ไปเผยแพร่

ภายหลังจากที่สร้างสื่ออิเล็กทรอนิคส์เสร็จแล้ว ผู้สร้างสามารถนำไปเผยแพร่ได้โดย ให้ Upload ที่สร้างไปเก็บไว้ที่ I love Library.com โดยผู้สร้างจะต้องเลือกว่าจะให้สื่อที่ต้องการเผยแพร่อยู่ในส่วนของ Library หรือ Book Mart ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 ส่วนก็คือ

Library เป็นส่วนของสื่อที่ต้องการแจกหรือเผยแพร่ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขใดๆ

Book Mart เป็นส่วนของสื่อที่มีขั้นตอนการเรียกเก็บเงินจากผู้อ่าน ซึ่งโปรแกรมจะสร้างระบบการ Copy ให้โดยอัตโนมัติ แต่ผู้ที่จะนำเอาสื่อของตนมาเก็บไว้ ในส่วนของ Book Mart ได้จะต้องเป็นผู้ที่สร้างสื่อด้วยโปรแกรม I love Library ที่เป็น Publisher Edition เท่านั้น

ข้อกำหนดในการใช้งานโปรแกรม I Love Library Personal Edition

ข้อกำหนดในการใช้งานโปรแกรม I Love Library Personal Edition
1. ไฟล์หนังสือที่สร้างไม่อนุญาติให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือ มีเนื้อหาในเชิงพาณิชย์ หรือ ใช้ในกิจกรรมภายในองค์กรหรือบุคคลที่แสวงหากำไร
2. ฟังก์ชั่นพิเศษในการสกัดคำสำหรับชุด Personal ใช้เวลาในการประมวลผลประมาณ 60 วินาทีต่อหน้า
3. ขนาดไฟล์หนังสือที่ Upload ไปยังเว็บไซต์ www.iloveLibrary.com ต้องไม่เกิน 50 MB
4. ไม่อนุญาติให้นำไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไปแชร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์และใช้งานผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น Internet หรือ Intranet
5. ระบบ I Love Library ให้สิทธิฝากไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ระบบเป็นเวลา 30 วัน หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนด จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ดูแลระบบ
สเปคคอมพิวเตอร์แบบใดจึงจะใช้งานโปรแกรมได้

ความต้องการด้านระบบขั้นพื้นฐาน
• Windows® 2000/XP/Vista
• IBM® PC compatible, Pentium® IV
• 512 MB RAM
• 100 MB free hard disk space
• 24-bit color display adaptor
• 1024x768 pixels screen area

ความต้องการด้านระบบที่แนะนำ
• Windows® XP/Vista
• IBM® PC compatible, Pentium® D
• 1 GB RAM
• 300 MB free hard disk space
• 24-bit color display adaptor
• 1024x768 pixels screen area

รายละเอียดโปรแกรม I Love Library Builder

รายละเอียดโปรแกรม I Love Library Builder
1. มีฟังก์ชันช่วยในการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ eBook Wizard2. สามารถสร้างได้จากไฟล์รูปภาพ ประเภท Image เช่น JPG, GIF , PNG , BMP , TIFและ PDF File รวมถึง จากการสแกนเอกสารเข้าระบบโดยตรง (TWAIN)
3. สามารถแทรกไฟล์ภาพนิ่ง หรือ Multimedia file และเสียงในสื่อหนังสือหรืออัลบัมได้ (AVI , MPEG , MP3, WAV , SWF , WMV , WMA)
4. สามารถสร้างสารบัญ และกำหนดให้พลิกหน้าไปยังหน้าที่ต้องการโดยไม่ต้องเปิดทีละแผ่น รวมถึงสร้างลิงค์ไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ
5. สามารถกำหนดการตัดขอบหน้าเอกสารได้ทั้ง 4 ด้าน (Cropping)
6. สามารถสร้างหรือเลือกปกและสันปกหนังสือได้ มี Template ปก และ สันหนังสือให้เลือก
7. สามารถเพิ่มหน้า แทรกหน้าหรือลบหน้าได้
8. สามารถกำหนดตำแหน่งที่ต้องการให้ขยาย (Zoom) และกำหนดหลายๆตำแหน่งในหนึ่งหน้าและสามารถกำหนดตำแหน่งที่ต้องการขยายได้ต่อเนื่องอัตโนมัติได้
9. รองรับการสร้าง eBook eCatalog eAlbum eMagazine และ eNewspaper ได้
10. มีระบบบีบอัดไฟล์ที่นำเข้าระบบให้มีขนาดเล็กลงได้
11. สำหรับไฟล์ที่ Upload ไปยังเว็บ iloveLibrary.com จะมีการลบไฟล์หนังสือที่ไม่มีการ download ออกจากระบบได้ ตามจำนวนวันที่กำหนด หรือตามที่บริษัทเห็นเหมาะสม
12. มีระบบหนังสือส่วนบุคคล (Private book) ส่งไฟล์หนังสือให้เฉพาะกลุ่มเพื่อนที่กำหนด
13. มีฟังก์ชั่นพิเศษในการสกัดคำ (Text) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในกรณีที่ File ที่ได้มาเป็นแบบ PDF ที่สร้างจาก Text ไฟล์ ทำให้สามารถค้นหาคำในเอกสารที่ต้องการได้แบบ Full Text Search ทำให้ค้นหาได้อย่างรวดเร็ว

รายละเอียดโปรแกรม I Love Library Viewer

รายละเอียดโปรแกรม I Love Library Viewer
1. มีรูปแบบการแสดงหนังสือในชั้นหนังสือของคุณได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบแสดงสันปก , แสดงเต็มปก หรือแสดงเฉพาะชื่อเรื่อง เพื่อความสะดวกในการเปิดอ่านหนังสือ
2. สามารถดูหนังสือแบบ Thumbnail แบบ 1, 4 ,9 , 16 หน้าต่อหนึ่งหน้า สามารถเปิดพลิกหน้าได้เหมือนกับการพลิกหน้าในหนังสือจริง มีการลิงค์สารบัญเพื่อความสะดวกในการเปิดอ่าน หรือ ไปยังหน้าที่ต้องการโดยการระบุเลขหน้า
3. สามารถเลือกฟังก์ชั่นในการขยายในการอ่านหนังสือได้หลายรูปแบบ ทั้งการเลือกการขยายอ่าน
แบบคอลัมน์ สามารถขยายแบบหน้าเต็มแผ่นต่อหน้า และแบบแว่นขยายเพื่อขยายอ่านในเฉพาะจุดที่ต้องการ
4. มีฟังก์ชั่น Bookmark ที่ช่วยในการคั่นหน้าหนังสือ เพื่อสะดวกในการกลับมาอ่านใหม่
5. ผู้ใช้สามารถอัดเสียง หรือ เขียนข้อความ ระบายสี ในหน้าของเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละหน้าได้
6. กำหนดเวลาในการเปิดอ่านแบบอัตโนมัติได้ (Auto Flip)
7. มีฟังก์ชั่นการค้นหาหนังสือจาก keyword ของคำที่ต้องการในเอกสาร และสามารถค้นหาคำได้
ในหน้าเนื้อหาของสื่อเอกสารได้
หมายเหตุ เมื่อคุณติดตั้งโปรแกรม จะมีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แนะนำการใช้งานโปรแกรม I Love Library Viewer ไปพร้อมกับโปรแกรม
นอกจากนี้ ยังสามารถ download ไฟล์คู่มือในรูปแบบ PDF ได้ด้วย อ่านรายละเอียดที่หน้าแรกของเว็บไซต์



การใช้งาน I Love Library

ใช้งาน I Love Library ระบบอย่างไร ?


ขั้นตอนที่ 1 เตรียมข้อมูลที่จะมาสร้างเป็นหนังสือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถนำเข้าได้ทั้งแบบที่เป็น File ในรูปแบบต่างๆ เช่น JPG, GIF, PNG, BMP, TIF และ PDF File หรือ File ที่เป็น มัลติมิเดียในรูปแบบต่างๆ เช่น AVI, MPEG, MP3, WAV, SWF, WMV, WMA รวมถึงที่ได้จากการ Scan จากเครื่องอ่าน


ขั้นตอนที่ 2 สร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้วย I love Library ที่เป็น Builder


ขั้นตอนที่ 3 นำเอาหนังสือที่สร้างขึ้น ไป Upload เข้า www.iLoveLibrary.com โดยการ Upload สามารถทำได้จากส่วนของโปรแกรม Builder ได้เลย สามารถเลือก Upload ได้แบบ Public คือ ปรากฎที่ชั้นหนังสือในหน้าเว็บไซต์ และ Private คือ ไม่ปรากฎบนหน้าเว็บไซต์ แต่สามารถส่ง Link ให้เพื่อน ๆ มา download หนังสือได้ทาง email


ขั้นตอนที่ 4 Download ไฟล์หนังสือจากwww.iLoveLibrary.com ไปอ่าน ในขั้นตอนนี้เครื่องที่จะสามารถอ่านได้จะต้องมีโปรแกรม I love Library ที่เป็น Viewer ก่อน


ขั้นตอนที่ 5 อ่านหนังสือผ่าน I love Library Viewer และสามารถเข้ามาแนะนำติชมหนังสือทางเว็บไซต์ได้.

โปรแกรม i love library

ทำ E-BOOK ด้วยโปรแกรม i love library



วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การนำรูปเข้าแบบธรรมดา(.gif)_Auttor


1.เลือกจัดการเมนูด้านบน

2.เลือกระบบจัดการไฟล์

3.สร้างโฟลเดอร์(pig)

4.คลิกสร้าง จากนั้น Browse เลือกนำเข้า ติกเครื่องหมายถูกที่รูป ย้ายรูปมาไว้ในโฟลเดอร์ Pig แล้ว OK จากนั้นก็ Brrowse รูปมาใช้งานตามที่ต้องการได้ปกติทีี่นำเข้าแบบเดียวกับURL

5.บันทึก

การนำรูปเข้าแบบURL_Auttor

1.เลือกเพิ่มรูปภาพหรือที่เมนูรูปต้นไม้(Insert/Edit)

2.เลือกรูปที่ต้องการคลิกขวาเลือกเลือกPropertiesแล้วก๊อปบี้URL มาวางที่TmageURL แล้ว Tnsert แล้วเลือก OK




















การสร้างเนื้อหาย่อย_Atutor


1.เข้าเมนูหลักที่ต้องการสร้างเนื้อหาย่อย

2.คลิกเลือกเพิ่มเนื้อหาย่อย(จะมีหน้าต่างให้เลือกอยู่ด้านขวามือของผู้ใช้งานครับ)

3.จะมีหน้าต่างให้ใส่ข้อความ เพิ่มรูปภาพ (ให้ทำเหมื่อนกับขั้นตอนการสร้างเนื้อหาครับ)

4.บันทึก

การสร้างข้อสอบใน_atutor


1.เลือกเมนูจัดการ

2.ข้อสอบและสำรวจ

3.เพิ่มหมวดตั้งชื่อหัวข้อหมวด

4.การสร้างคำถามให้เลือกแบบคำถามที่ต้องการจากนั้นก็สร้างโดยนำไปไว้ในหลังสูตรที่ต้องทำ

5.ใส่คำถาม เลือกข้อถูกแล้วบันทึกเปนการเสร็จเรียบร้อย

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การตั้งค่าการใช้งานAtutor

1.ล็อกอินเข้าระบบต้นเอง
2.เลือกสร้างวิชา
2.1กรอกรายละเอียดต่อไปนี้
-ใส่ชื่อวิชา
-คำอธิบายรายวิชา
-ไม่จัดหมวด
-จัดเก็บเนื้อหา(นำเนื้อหา)
-รวบรวม(ปิด)
-ป้องกัน(เข้าได้เฉพาะ)
-นำออกแสดง(มีผลในทันที)
-สิ้นสุด(ไม่มีกำหนดวัน)
-ป้ายโฆษนา(ถ้ามีคนจ้าง)
-ประกาศลิขสิทธิ์(ชื่อคนสอนหรือตัวเราเอง)
-เลือกไอคอลประจำวิชา
3บันทึก

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 22-24

22. ระบบรายงานว่าการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
23. คลิกปุ่ม Login เพื่อเข้าระบบ

24. ระบบแสดงเว็บหน้าแรกให้ล็อกอินเข้าระบบ
โดยเราสามารถล็อกอินเข้าระบบโดยชื่อผู้ใช้สองคนคือ ชื่อผู้ดูแลระบบ และชื่ออาจารย์ ที่เราระบุก่อนหน้านี้

กรณีล็อกอินเป็น Admin


กรณีล็อกอินเป็น Instructor


* สามารถอ่านคู่มือการติดตั้งเพิ่มเติมได้ในห้อง docs หรือที่ URL : http://www.atutor.ca/atutor/docs/

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 18-21

18. ระบบเขียนคอนฟิกเข้าไปในไฟล์ ../include/config.inc.php
19. คลิกปุ่ม Next

20. ระบบรายงานข้อมูลระบบที่ใช้ติดตั้ง ATutor
21. ให้คลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 17

17. โปรแกรมแสดงพาทในการเก็บเนื้อหาต่างๆ ชื่อว่า content


ให้ไปสร้างไดเร็กทอรี่ชื่อว่า content

สร้างไดเร็กทอรีชื่อว่า content ไว้สำหรับเก็บหลักสูตรต่างๆ

* หลังการสร้างโฟลเดอร์แล้ว กรณีใช้บนโฮสต์ติ้งจริงต้องเปลี่ยนโหมด (chmod) เป็น 777 ให้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลเข้าไปได้
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cmsthailand.com/web45-47/print.php?sid=99

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 15-16

15. ระบุรายละเอียดผู้ใช้(ชื่ออาจารย์ : Instructor) คนแรก
16. คลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 13-14

13. ระบบรายละเอียดผู้ควบคุมเว็บ และรายละเอียดเพิ่มเติม
14. คลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 11-12

11. ระบบรายงานกรสร้างตารางข้อมูลงฐานข้อมูล atutor
12. คลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 9-10

9. ระบุรายละเอียดฐานข้อมูล MySQLDatabase Hostname: ระบุชื่อโฮสต์เนมที่เก็บฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล กรณีทดสอบบนเครื่องตัวเองให้ใส่เป็น localhost Database Port: พฮร์ตที่ใช้เชื่อต่อปกติเป็น 3306Database Username: ชื่อผู้ใช้ กรณีทดสอบบนเครื่องให้ใช้เป็น rootTtabase Password: รหัสผ่าน กรณีทดสอบบนเครื่องตนเองให้ปล่อยว่างไว้Database Name: ชื่อฐานข้อมูล ในที่นี้ชื่อว่า atutor (ได้สร้างไว้ในข้อ 4)Table Prefix: ให้ใช้ค่าเก่าเป็น AT_
10. หลังจากระบุเสร็จให้คลิกปุ่ม Next

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 7-8

7. โปรแกรมรายงานลิขสิทธิ์โปรแกรม ของ ATutor เป็นชนิด GNU General Public License (GPL)
8. คลิกปุ่ม I Agree

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 5-6

5. หลังการสร้างฐานข้อมูลเสร็จแล้วก็เริ่มติดตั้งโดยการพิมพ์ URL ดังนี้

6. คลิกที่ปุ่ม Install กรณีติดตั้งเป็นครั้งแรก

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 3-4

3. ทำการคัดลอกหรืออัปโหลดตัวติดตั้ง (โฟลเดอร์ moodle) ไปใส่ในห้องเก็บเว็บไซต์

รูปแสดงโฟลเดอร์ห้องเก็บตัวติดตั้ง

4. ทำการสร้างฐานข้อมูลสำหรับเก็บโปรแกรม ATutor ในที่นี้สร้างโดยใช้โปรแกรม phpMyAdmin (โดยทั่วไปบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือบนโฮสต์ติ้งเขามีบริการอยู่แล้ว)


สร้างฐานข้อมูลที่ต้องการเก็บ moodle ในที่นี้สร้างฐานข้อมูลชื่อว่า atutor

วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor 1-2

ขั้นตอนการติดตั้ง ATutor
1. ดาวน์โหลดตัวติดตั้งที่ http://www.cmsthailand.com/modules/mydownloads/viewcat.php?cid=1
หรือที่ http://www.atutor.ca/atutor/download.php
2.หลังการดาวน์โหลดมาให้ทำการแตกไฟล์ด้วย WinRAR หรือ Winzip



รูปแสดงโฟลเดอร์หลังการแตกไฟล์

ทำความเข้าใจโปรแกรม ATutor

ATutor เป็นระบบ Open Source Web-based Learning Content Management System เรียกชื่อย่อว่า LCMS* ใช้ในการสร้างระบบเรียนรู้แบบออนไลน์ (E-Learning) สามารถแยกผู้ใช้งานเป็นสามส่วนคือส่วนผู้ดูแลระบบ ส่วนอาจารย์ และส่วนนักศึกษา นับเป็นระบบ LCMS ที่ได้รับความนิยมอยู่ในอันดับต้นๆ ส่วนมากทูลตัวนี้ได้รับความนิยมอยู่ในแวดวงการศึกษา
ATutor เป็นซอร์ฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์แบบ GPL (General Public License) หรือลิขสิทธิ์แบบฟรีนั่นเอง ผู้นำไปใช้สามารถพัฒนาต่อยอดได้

*LCMS = LMS+CMS
LMS (Learning Management System)
CMS (Content Management System)


วิธีการติดตั้งใช้งาน LCMS ตัวนี้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้ 2 วิธีคือ
วิธีที่ 1 ติดตั้งแบบเดี่ยวๆ
วิธีที่ 2 ติดตั้งเป็นโมดูลเสริมในระบบ CMS อาทิ PostNuke, Mambo

ความต้องการด้านซอฟต์แวร์
• Web Server เป็น Apache หรือ IIS
• โปรแกรมภาษา PHP เวอร์ชั่น 4.2.0 ขึ้นไป
• ฐานข้อมูลเป็น MySQL เวอร์ชั่น 3.23.x ขึ้นไป
• โปรแกรม phpMyAdmin
สรุป
ATutor เป็นเครื่องมือที่นิยมนำมาทำระบบ E-Learning สำหรับใช้งานในโรงเรียน สถาบันการศึกษา บริษัทเอกชน สำหรับในไทยเราเอง ATutor เป็นทูลที่ได้รับความนิยมเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ปัจจุบัน ATutor ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมายรวมทั้งภาษาไทย สามารถดูภาษาที่ ATutor รองรับอยู่ในปัจจุบัน (27/03/48) ที่ http://www.atutor.ca/atutor/translate/ สำหรับ ในที่นี้ผู้เขียนได้อธิบายเฉพาะการติดตั้ง ATotor แบบเดี่ยวๆ เท่านั้น
ปัจจุบันนี้ ATutor สามารถติดตั้งเป็นโมดูลเสริมในระบบ CMS ยอดนิยมอย่าง PostNuke, Mambo สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บท่าของ ATutor คือ ATutor.ca

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

cms ที่เลื่อกทำ



ATutor

เพราะว่าความสามารถของ
ATutor เป็นระบบที่ใช้งานง่าย มีเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้ดูแลระบบ ผู้สอน และ
ผู้เรียน ซึ่งช่วยให้การจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอน
สามารถสร้างและปรับปรุงเนื้อหารายวิชาในรูปแบบของเว็บ (web-based content) เพื่อถ่ายทอดสู่ผู้เรียน
ได้โดยสะดวก และสามารถใช้เครื่องมือช่วยในการจัดกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การทดสอบแบบออนไลน์ การ
ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในรายวิชานั้น รวมทั้งการติดตามพฤติกรรมของผู้เรียนในการเข้า
เนื้อหาและทำกิจกรรมภายในเว็บรายวิชานั้นได้

ประเภทของ CMS

1. eFront (อีฟร้อนท์) เป็นระบบสร้างศูนย์เรียนรู้ในหน่วยงานยุคใหม่ โดยที่ eFront เป็นระบบที่มีความสามารถสูงพัฒนาด้วยแนวคิดโดยใช้เทคโนโลยี Web 2.0 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.efrontlearning.net

ความสามารถเด่นของ eFront
- Easy to us < มีความง่ายในการใช้งาน - Visually attractive < ส่วนติดต่อผู้ใช้มีความสวยงาม น่าใช้งาน - Technologically advanced < ใช้แนวการพัฒนาเชิงวัตถุ (Object-oriented) ผนวกกับ AJAX รองรับ Unicode, LDAP และมาตรฐาน SCORM - Pedagogical concepts < สามารถออกแบบหลักสูตรก่อแนการเรียนจริง - Open Source < เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งได้ฟรี - Complete < ตัวระบบมีความครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างบทเรียน (lesson structure and add content), แบบทดสอบ (online-tests), การมอบหมายงาน (assign projects) , การทำโพล (surveys), กระดานข่าว (communicate), การติดตามผู้เรียน (track users), การสร้างใบประกาศ (create certifications)

2. เดิ้ล (Moodle = Modular Object-Oriented Dynamic Learning Environment) คือ โปรแกรมที่ประมวลผลในเครื่องบริการ (Server-Side Script) ทำหน้าที่ให้บริการระบบอีเลินนิ่ง ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเปิดบริการแก่ครู และนักเรียน ผ่านบริการ 2 ระบบ คือ 1)ระบบซีเอ็มเอส หรือระบบจัดการเนื้อหา (CMS = Course Management System) บริการให้ครูสามารถจัดการเนื้อหา เตรียมเอกสาร สื่อมัลติมีเดีย แบบฝึกหัดตามแผนการจัดการเรียนรู้ 2)ระบบแอลเอ็มเอส หรือระบบจัดการเรียนรู้ (LMS = Learning Management System) บริการให้นักเรียนเข้าเรียนรู้ตามลำดับ ตามช่วงเวลา ตามเงื่อนไขที่ครูได้จัดเตรียมอย่างเป็นระบบ และประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน พร้อมแสดงผลการตัดเกรดอัตโนมัติ
ปัจจุบันมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงระบบซีเอ็มเอส(ไม่มีระบบแอลเอ็มเอสในตัว) สามารถสร้างวัตถุเรียนรู้จากนอกมูเดิ้ล แล้วนำเข้าไปใช้งานในมูเดิ้ล เช่น สกอร์ม (SCORM = Sharable Content Object Reference Model) ที่สามารถนำไปติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งในมูเดิ้ล หรือโปรแกรมเลินสแควร์ (Learnsquare) ได้
3. ATutor คือโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถเสริมเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน
ออนไลน์โดยมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เป็นเครื่องมือที่บรรจุโมดูลต่างๆ เช่นเดียวกับ
โปรแกรม Moodle เป็น Learning Content Management System (LCMS) และเป็นซอฟท์แวร์ Open
Source ฟรี ภายใต้ GPL (General Public License) รองรับมาตรฐาน SCORM ดังนั้นในการนำระบบไป
ใช้งาน จึงไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในด้านซอฟต์แวร์ นอกจากนั้นกลุ่มผู้พัฒนาได้จัดเตรียมแผนการพัฒนา
ปรับปรุง ระบบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดระบบและเครื่องมือสำหรับให้การสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ใช้
ระบบผ่านทางเว็บไซท์ของ ATutor
4.Claroline eLearning เป็นที่มาเปิดและแพลตฟอร์ม eWorking ให้ครูในการสร้างหลักสูตรออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพและการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมร่วมกันบนเว็บ แปลเป็น 35 ภาษา, Claroline มีผู้ใช้ทั่วโลกขนาดใหญ่? และพัฒนา? ชุมชน)

5. Sakai
ซาไกเป็นสมาชิกความร่วมมือและการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ผู้ใช้หลาย Sakai ปรับใช้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน, ad hoc กลุ่มความร่วมมือการสนับสนุนสำหรับพอร์ตการลงทุนและความร่วมมือวิจัย
ซาไกเป็นผลิตภัณฑ์แหล่งฟรีและเปิดที่สร้างและดูแลโดยชุมชน Sakai การพัฒนารูปแบบของซาไกเรียกว่า"มา Community"เพราะหลายนักพัฒนาสร้าง Sakai เป็นมาจากชุมชน"ขององค์กรที่มีการรับรองและใช้ Sakai
6.Docebo เป็น Open Source e - Learning แพลตฟอร์ม (LMS และ LCMS) ที่ใช้ในองค์กรและสูงกว่าตลาดการศึกษา
7.Dokeos เป็นชุดการเรียนรู้ที่ช่วยให้คุณสร้างจัดระเบียบและฝึกปฏิบัติตามกิจกรรมการเรียนรู้ นี่คือตัวอย่างรวดเร็ว การสาธิตลงทะเบียนเป็นผู้สร้างหลักสูตรใน Dokeos Free Campusชุดการเรียนรู้วิชาชีพ # 1 ที่มาเปิดสร้าง e - หลักสูตรการใช้แม่แบบหลักสูตร SCORM นำเข้า ประเมินผู้เรียนผ่านการทดสอบและการสำรวจ โค้ชพวกเขาผ่านเครื่องมือการติดต่อ แปลงเอกสาร Word และ Powerpoint ในหลักสูตร

8 Ilias เป็นพลัง web - based ระบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการการเรียนรู้ทรัพยากรในระบบรวม

9. More... เครื่องมือบล็อกDrupalGeeklogLifeTypeสังหาริมทรัพย์ประเภทMyPHPblogไส้PloggerSerendipityWordPressb2evolutionbBlogpMachine

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553



e-Learning คือ การเรียน การสอนในลักษณะ หรือรูปแบบใดก็ได้ ซึ่งการถ่ายทอดเนื้อหานั้น กระทำผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรทัศน์ หรือ สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งการเรียนลักษณะนี้ได้มีการนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในระยะหนึ่งแล้ว เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยซีดีรอม, การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning), การเรียนออนไลน์ (On-line Learning) การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ การเรียนด้วยวีดีโอผ่านออนไลน์ เป็นต้น

ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า e-Learning กับการเรียน การสอน หรือการอบรม ที่ใช้เทคโนโลยีของเว็บ (Web Based Technology) ในการถ่ายทอดเนื้อหา รวมถึงเทคโนโลยีระบบการจัดการหลักสูตร (Course Management System) ในการบริหารจัดการงานสอนด้านต่างๆ โดยผู้เรียนที่เรียนด้วยระบบ e-Learning นี้สามารถศึกษาเนื้อหาในลักษณะออนไลน์ หรือ จากแผ่นซีดี-รอม ก็ได้ และที่สำคัญอีกส่วนคือ เนื้อหาต่างๆ ของ e-Learning สามารถนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (Multimedia Technology) และเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบ (Interactive Technology)

คำว่า e-Learning นั้นมีคำที่ใช้ได้ใกล้เคียงกันอยู่หลายคำเช่น Distance Learning (การเรียนทางไกล) Computer based training (การฝึกอบรมโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ หรือเรียกย่อๆว่า CBT) online learning (การเรียนทางอินเตอร์เนต) เป็นต้น ดังนั้น สรุปได้ว่า ความหมายของ e-Learning คือ รูปแบบของการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือสื่ออิเลคทรอนิกส์ในการถ่ายทอดเรื่องราว และเนื้อหา โดยสามารถมีสื่อในการนำเสนอบทเรียนได้ตั้งแต่ 1 สื่อขึ้นไป และการเรียนการสอนนั้นสามารถที่จะอยู่ในรูปของการสอนทางเดียว หรือการสอนแบบปฎิสัมพันธ์ได้


CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งาน CMS นั้นผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ ตัวของ CMS เองจะมีโปรแกรมแถมมาและสามารถแทรกเองได้มากมายเช่น webboard , ระบบจัดการป้ายโฆษณา , ระบบนับจำนวนผู้ชม แม้แต่กระทั่งตระกร้าสินค้า และอื่นๆอีกมากมาย

CMS เป็นเหมือนโปรแกรม โปรแกรมหนึ่ง ที่มีผู้พัฒนามาจากภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในเว็บไซต์เช่น PHP , Python , ASP , JSP ซึ่งในปัจจุบันมีคนใจดีพัฒนา CMS ฟรีขึ้นมามากมายอย่างเช่น Mambo , Joomla , Wordpress





K.M ย่อมาจาก Knowledge Management ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า การจัดการความรู้ การจัดการความรู้ในองค์กร หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กร สามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดยมีความรู้ 2 ประเภท คือ


1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์



2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่า เป็นความรู้แบบรูปธรรม

LMS ย่อมาจาก Learning Management System โดยมีคุณสมบัติที่สำคัญดังนี้
- เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ ประกอบด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สอน ผู้เรียน ผู้ดูแลระบบ โดยผู้สอนสามารถนำเนื้อหาและสื่อการสอนใส่ไว้ในโปรแกรมได้สะดวก
- ผู้เรียนและผู้สอนสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารที่ระบบจัดไว้ให้ได้ ทุกองค์ประกอบ
- มีการเก็บบันทึกข้อมูล กิจกรรมการเรียนของผู้เรียนไว้บนระบบเพื่อผู้สอนสามารถนำไปวิเคราะห์ ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ